มาลีกรุ๊ป แบกต้นทุนเพิ่มขึ้นระยะสั้น มั่นใจเติบโตชัดเจนครึ่งปีหลัง

11 พฤษภาคม 2561

กรุงเทพฯ – 11 พฤษภาคม 2561 – บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2561 มียอดขาย 1,361 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9 ล้านบาท และ EBITDA 75 ล้านบาท

นางสาวรุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2561 ว่า “ในไตรมาส 1/2561 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มียอดขาย 1,361 ล้านบาท ลดลง 10% YoY และมีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท ลดลง 92% YoY โดยยอดขายหดตัวจากธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) ต่างประเทศ และธุรกิจตราสินค้าของบริษัทฯ (Branded Business: Brand) ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ CMG ในประเทศ ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งทั้งจากสินค้าใหม่และจากสินค้าเดิมบางรายการ ในขณะที่ยอดขายธุรกิจ Brand ในประเทศ ค่อนข้างทรงตัว

นางสาวรุ่งฉัตร กล่าวต่อว่า “ในไตรมาส 1/2561 ที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทฯ ชะลอตัวลง โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของธุรกิจ CMG ต่างประเทศ และธุรกิจ Brand ต่างประเทศ ในขณะที่บริษัทฯ มีต้นทุนส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานสำหรับรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต แต่การลงทุนบางส่วนยังไม่สามารถสร้างรายได้ในทันที บางส่วนยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่หรือยังไม่ถึงจุดที่มีประสิทธิภาพสูงพอ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น จึงส่งผลให้กระทบผลประกอบการของบริษัทฯ ในระยะสั้น โดยบริษัทฯ คาดว่า ผลประกอบการจะสามารถกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 3/2561 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทฯ จะเริ่มใช้ประโยชน์จากโครงการลงทุนต่างๆ ได้มากขึ้น”

นางสาวรุ่งฉัตร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่บริษัทฯ ได้สร้างรากฐานและความเข้มแข็งขององค์กรเพื่อรองรับการเจริญเติบโตมาโดยตลอดในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ การปรับปรุงทั้งในส่วนของโรงงานและเครื่องจักรเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน และการปรับปรุงระบบคุณภาพ การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา การเพิ่มบุคลากรที่มีศักยภาพ การจัดตั้งบริษัทฯ ย่อยแห่งใหม่ในประเทศไทย การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจัดตั้งธุรกิจการร่วมค้าในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย รวมถึงล่าสุด การเข้าลงทุนในธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศเวียดนาม ซึ่งจะช่วยบริษัทฯ ขยายธุกิจอาหารและเครื่องดื่มสำหรับตลาดประเทศเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งโครงการลงทุนต่างๆ ที่ผ่านมาของบริษัทฯ เป็นไปตามกลยุทธ์การสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาค ด้วยการนำเอาจุดแข็งของพันธมิตรในแต่ละประเทศมาเสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯ ในระดับภูมิภาคต่อไป”

นางสาวรุ่งฉัตร กล่าวเสริมว่า “บริษัทฯ ได้ลงทุนในโครงการที่จำเป็นสำหรับการสร้างยอดขายครบถ้วนแล้ว สำหรับโครงการลงทุนอื่นๆ ที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานหรือช่วยลดต้นทุนต่างๆ ที่เหลืออยู่ บริษัทฯ จะชะลอการลงทุนออกไปก่อน จนกว่าโครงการลงทุนต่างๆ ที่บริษัทฯ ลงทุนไปแล้ว จะสามารถเปลี่ยนจากค่าใช้จ่ายมาเป็น่รายได้ และส่งผลให้ประกอบการของบริษัทฯ กลับมาฟื้นตัวและเติบโดได้ บริษัทฯ จึงจะไม่มีโครงการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนสูงอีกในปีนี้”

“บริษัทฯ ยังคงใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตสำหรับปี 2561 ที่ตั้งไว้ที่ 30% ซึ่งตามแผนการดำเนินงาน การเติบโตจะชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีแผนธุรกิจที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละประเภทธุรกิจ อาทิ ธุรกิจ Brand ในประเทศ บริษัทฯ มีแผนการออกสินค้าใหม่ที่เริ่มขยายไป Category ใหม่ๆ มากขึ้น นอกเหนือจากน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ซึ่งจะมุ่งเน้นในตลาดสินค้าสุขภาพที่ยังคงสามารถเข้าถึงตลาด Mass ได้ โดยบริษัทฯ จะเริ่มออกสินค้าใหม่ๆ ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2561 สำหรับธุรกิจ Brand ต่างประเทศ บริษัทฯ จะสามารถเริ่มธุรกิจเครื่องดื่มในเวียดนาม ในขณะที่ธุรกิจการร่วมค้าในประเทศไทย จะดำเนินการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว (Personal Care) ได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2561 ส่วนธุรกิจการร่วมค้าในประเทศอินโดนีเซีย จะสามารถเริ่มธุรกิจได้ในไตรมาส 4/2561 และสำหรับธุรกิจ CMG บริษัทฯ จะใช้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง ทั้งด้านความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์และลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการดังกล่าวมามากกว่า 1 ปีแล้ว โดยลูกค้ารายใหม่ๆ ของบริษัทฯ อยู่ระหว่างการทดสอบการผลิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งยิ่งลูกค้าต้องการคุณภาพสูง ยิ่งต้องมีการทดสอบการผลิตหลายครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลามาก ยอดขายใหม่ที่ทยอยเข้ามาจึงยังมีไม่มากพอที่จะทดแทนรายได้ที่ลดลงบางส่วนจากสินค้าบางกลุ่มในทันที อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เริ่มมีลูกค้าและสินค้ารายการใหม่ๆ ในช่วงไตรมาส 3/2561 เป็นต้นไป จะทำให้ยอดขายธุรกิจ CMG มีเสถียรภาพมากขึ้น และทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตสำหรับปี 2561 ได้” นางสาวรุ่งฉัตร กล่าวสรุป


กลับขึ้นด้านบน

ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์

+66 (0)2 080 7899 ต่อ 1131 หรือ 1135
© 2019 Malee Group PCL. All rights reserved.